ชีวิตสุดเศร้าของลิงอุรังอุตัง ถูกมนุษย์ใจร้ายจับ "โกนขน-แต่งหน้า" สนองตัณหามนุษย์

โฮ่งโฮ่ง:

อยากรู้จิตใจพวกเขาทำด้วยอะไร.. !?

    เปิดชีวิตรันทดของลิงอุรังอุตัง ถูกมนุษย์ใจบาปพรากจากอกแม่ตั้งแต่เด็ก เอามาเลี้ยงเป็นทาสกามในซ่อง จับโกนขน แต่งหน้า คอยรับลูกค้ารสนิยมแปลก ทุกวันเหมือนนรกบนดิน แต่สุดท้าย ชีวิตก็เปลี่ยน

Sponsored Ad

    เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานเรื่องราวอันน่าหดหู่ของลิงอุรังอุตังเพศเมียตัวหนึ่งที่ชื่อ โพนี่ ชีวิตของมันเลวร้ายและน่าเวทนาอย่างมาก ชนิดที่คงไม่มีใครนึกฝันว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นบนโลก และทุกคนคงคิดไม่ถึงว่ามนุษย์จะสามารถทำกับเพื่อนร่วมโลกได้ลงคอ 

Sponsored Ad

    โดยตลอดชีวิตของโพนี่แทบไม่เคยสัมผัสคำว่าอิสรภาพ มันถูกขังเป็นทาสกามอยู่ในซ่องที่อินโดนีเซีย ถูกมนุษย์เพศชายมากมายข่มขืนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ในแต่ละวันที่ผ่านไปคือความทุกข์ และมันไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย

Sponsored Ad

    โพนี่เป็นลิงอุรังอุตังกำพร้า มันถูกพรากมาจากอกแม่ตั้งแต่ยังเป็นลูกลิงตัวน้อย ชาวบ้านได้เอามันออกมาจากป่า และเอาไปขังไว้ที่ซ่องในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่กันดารห่างไกลผู้คนในประเทศอินโดนีเซีย โพนี่ไม่ได้ถูกเลี้ยงให้เป็นสัตว์เลี้ยงหรือให้คนไว้ดูเล่น แต่มันถูกเลี้ยงมาเพื่อให้เป็นที่สนองตัณหาของมนุษย์

Sponsored Ad

    เจ้าของซ่องจับโพนี่ล่ามโซ่ แต่งหน้าและใส่น้ำหอมให้มัน รวมทั้งโกนขนทุก ๆ 2 วัน เพื่อเอาใจลูกค้า ในแต่ละวัน เหล่าชาวสวนปาล์มจะเดินทางเข้ามาที่ซ่องแห่งนี้ เพื่อกระทำชำเราโพนี่ และจ่ายเงิน 70 บาท ให้เจ้าของซ่องเป็นค่าบริการ 

Sponsored Ad

    โลกภายนอกไม่เคยรับรู้ถึงชีวิตของลิงอุรังอุตังที่น่าสงสารตัวนี้ จนกระทั่งในปี 2546 โลเน โดรสเชอร์-เนลสัน และทีมเจ้าหน้าที่จากองค์กรช่วยเหลือลิงอุรังอุตังเกาะบอร์เนียว หรือ บีโอเอสเอฟ (BOSF - Borneo Orangutan Survival Foundation) ได้เดินทางไปยังหมู่บ้านดังกล่าว หลังจากรับรู้ว่ามีลิงอุรังอุตังน่าสงสารถูกขังเอาไว้ ตอนที่เธอรับรู้ความจริงว่าโพนี่ถูกขังเอาไว้เป็นทาสกามของมนุษย์ เธอช็อกและเจ็บปวดอย่างมาก โลเนเล่าย้อนอย่างสะเทือนใจว่า เธอคงเป็นคนที่ไร้เดียงสาและมองโลกในแง่ดีเกินไป เพราะเธอคิดไม่ถึงและไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่ามนุษย์จะสามารถทารุณกับสัตว์ไร้ทางสู้ที่เป็นเพื่อนร่วมโลก และเพื่อนใกล้ชิดกับสายพันธุ์ได้ถึงขนาดนี้

Sponsored Ad

    ขณะที่ มิเชลล์ เดซิเลตส์ ผู้อำนวยการองค์กรบีโอเอสเอฟ กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่มาใช้บริการที่ซ่องแห่งนี้ เพราะต้องการมีเซ็กส์กับโพนี่โดยเฉพาะ พวกเขาจะเลือกโสเภณีคนไหนไปนอนด้วยก็ได้ แต่พวกเขาเลือกโพนี่ เพราะชื่นชอบความแปลก

Sponsored Ad

    ทีมเจ้าหน้าที่พยายามช่วยเหลือโพนี่ออกมาจากนรกบนดินแห่งนั้น แต่ทางเจ้าของซ่องไม่ยอมอย่างเด็ดขาด พวกเขาขับไล่ทีมเจ้าหน้าที่ และยังคว้ามีดอีโต้มาข่มขู่ว่าจะฟันให้ตาย ถ้าเข้ามาเอาโพนี่ออกไป ทีมเจ้าหน้าที่องค์กรจึงต้องเดินทางกลับไปตั้งหลัก และย้อนกลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่ยังพากองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธมาด้วยอีกหลายนาย เจ้าของซ่องอาจจะมีมีดอีโต้หรือมีดพร้า แต่เจ้าหน้าที่มีปืนไรเฟิล AF-47 หรือปืนอาก้า พร้อมทั้งอาวุธต่าง ๆ อีกมาก และมันมีประสิทธิภาพมากกว่ามีดอีโต้หลายเท่า 

     เจ้าหน้าที่ใช้ปืนข่มขู่เจ้าของซ่อง สั่งให้เอาตัวโพนี่ออกมาทันที ทางเจ้าของซ่องไม่อยากแลกชีวิตตัวเองกับกระสุนปืน จึงยอมส่งตัวโพนี่ให้กับทีมเจ้าหน้าที่ พวกเขาช่วยกันพามันไปยังสถานอนุรักษ์พันธุ์อุรังอุตังขององค์กร ซึ่งตั้งอยู่ในเกาะบอร์เนียว และชีวิตใหม่ของโพนี่ก็เริ่มต้นขึ้น 

    ตอนที่โพนี่ได้รับการช่วยเหลือในตอนนั้น มันมีอายุประมาณ 6-7 ปี เจ้าหน้าที่ดูแลมันเป็นอย่างดี ทั้งอาหารและที่อยู่อาศัย ลิงอุรังอุตังที่น่าสงสารตัวนี้ค่อย ๆ ปรับตัวกับชีวิตใหม่ไปอย่างช้า ๆ ด้วยความที่โพนี่เคยถูกล่ามโซ่ ไม่เคยได้เห็นโลกภายนอกมาก่อน การได้เห็นพื้นที่เปิดโล่ง มีต้นไม้ มีอากาศบริสุทธิ์ และพบเจอกับคนที่ไม่ทำร้ายมัน มันช่างเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับโพนี่ แต่ในที่สุด มันก็สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้ 

     ตอนนี้เวลาผ่านไป 15 ปี แล้ว จากลิงอุรังอุตังน่าเวทนาในวันนั้น ได้กลายเป็นลิงอุรังอุตังที่มีความสุข ได้กินอาหารที่ดี มีคนดูแล ได้ปีนป่ายต้นไม้ตามชีวิตธรรมชาติ เป็นชีวิตแสนสุขที่โพนี่คงไม่เคยนึกฝันว่าจะได้พบเจอ เพราะที่ผ่านมา มันไม่ต่างอะไรกับนรกบนดิน 


    ปัจจุบันโพนี่อยู่ที่ศูนย์ฟื้นฟูชีวิตลิงอุรังอุตังขององค์กรบีโอเอสเอฟ พร้อมกับเพื่อน ๆ อีก 7 ตัว แม้ว่าตอนนี้โพนี่จะมีความสุขและสุขภาพดีมาก แต่ทีมเจ้าหน้าที่คิดว่าพวกเขาคงไม่สามารถปล่อยมันเข้าป่าได้ เพราะมันเติบโตมาท่ามกลางการดูแลของมนุษย์ และมันก็อายุมากเกินว่าจะพัฒนาสัญชาตญาณการเอาตัวรอดตามธรรมชาติแล้ว 

    สำหรับแม่เล้าและเจ้าของซ่องที่ทารุณโพนี่นั้น ทางองค์กรไม่สามารถเอาผิดอะไรกับพวกเขาได้ เพราะกฎหมายในพื้นที่หย่อนยานมาก ทำให้การทารุณลิงอุรังอุตังและสัตว์อื่น ๆ ไม่หมดไปเสียที 


ข้อมูลและภาพจาก orangutan.or.id

บทความที่คุณอาจสนใจ