ชีวิตของ "พิงกี้" ถูกเจ้าของเก่าทอดทิ้งไร้เยื่อใย ป่วยสารพัด ก่อนนายใหม่ดูแลมานานกว่า 20 ปี

คอมเมนต์:

ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่ไม่คิดทอดทิ้งน้อง

    เรื่องราวชีวิตอันน่าสงสารของเจ้าพิงกี้ น้องหมาสีขาวที่ถูกเจ้าของเดิมที่เป็นชาวเกาหลีทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะได้เจอกับเจ้าของคนใหม่ที่เลี้ยงดูมาจนถึงปัจจุบัน

    คุณรำยง นิยมพงษ์ เจ้าของคนปัจจุบันของพิงกี้ เล่าว่า เมื่อประมาณ 19 ปีก่อน ภรรยาของตนทำงานกับชาวเกาหลีและภายหลังก็พบว่าได้ทอดทิ้งเจ้าพิงกี้อย่างไร้เยื่อใย เนื่องจากไม่สามารถเลี้ยงดูได้อีกต่อไป 

    ด้วยความสงสารตนและภรรยาจึงรับเลี้ยงพิงกี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งครอบครัวได้เลี้ยงสุนัข 2 ตัว และแมวอีก 2 ตัว ทุกตัวล้วนเคยถูกทอดทิ้งมาก่อน 

 

Sponsored Ad

 

    คุณรำยง เผยว่า ในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมานี้ พิงกี้เริ่มมีอายุมากขึ้น ป่วยเป็นต้อกระจกและมีเลือดออกที่ตาขวา ร่างกายของพิงกี้ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอีกต่อไป สัตวแพทย์จำต้องรักษาด้วยการนำลูกตาขวาออก

    นอกจากนี้พิงกี้ยังมีอาการไตวายและพบก้อนเนื้อที่ขาหนีบด้านขวา ด้วยอายุที่มากจึงมีความเสี่ยงสูงหากใช้การวางยา ทีมแพทย์จึงตัดสินใจไม่ผ่าตัดก้อนเนื้อดังกล่าวและรักษาอาการไตวายด้วยการให้น้ำเกลือ ปัจจุบันพิงกี้ยังคงได้รับน้ำเกลืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนก็จะพาพิงกี้ไปพบสัตวแพทย์ทุกสัปดาห์

 

Sponsored Ad

 

    สัตวแพทย์ประจำของมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยให้ความเห็นว่า ถ้าเทียบกับอายุขัยของคน ขณะนี้พิงกี้จะมีอายุราว ๆ 90 ปี ซึ่งสุนัขในวัยนี้เป็นช่วงวัยชรา จะเคลื่อนไหวตัวช้าลง และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน อวัยวะบางส่วนจะทำงานได้ไม่เต็มที่อีกต่อไป แต่พิงกี้ก็ถือว่าเป็นสุนัขอายุมากที่สุขภาพโดยรวมยังแข็งแรงเมื่อเทียบกับเพื่อน ๆ ในช่วงวัยเดียวกัน

 

Sponsored Ad

 

    สำหรับการดูแลพิงกี้นั้น คุณรำยงเผยว่า ตนจะให้พิงกี้กินอาหารวันละ 3 มื้อ โดยเป็นอาหารปรุงเองเช่น ไก่ต้ม ปลาต้ม ไข่เจียว โดยเมนูที่พิงกี้ชอบกินคือข้าวต้มหมู และจะพาไปเดินออกกำลังกายบริเวณสวนรอบบ้านทุกวัน

    คุณรำยงและภรรยาได้กล่าวทิ้งท้าย ฝากไว้ถึงคนที่มีสัตว์เลี้ยงและคนที่กำลังคิดจะเลี้ยงสัตว์ว่า "เมื่อตัดสินใจเลี้ยงสุนัขหรือแมวแล้ว ควรรับผิดชอบและดูแลพวกเขาไปตลอดชีวิต" แม้พิงกี้จะมีอายุมากและมีปัญหาสุขภาพหลายประการ ตนและภรรยาก็ไม่เคยคิดทอดทิ้งแต่อย่างใด และพาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนตามกำหนด เพื่อสุขภาพของสัตว์และความปลอดภัยของผู้เลี้ยงเอง

ที่มา : มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย

บทความที่คุณอาจสนใจ