บั้นปลายชีวิตของแม่หมาสามขา ที่ไม่เคยมีบ้านอบอุ่น คาบลูกน้อยไปหลบในป่า หวังให้ลูกทุกตัวปลอดภัย

คอมเมนต์:

หวังว่าบั้นปลายของแม่หมา จะมีความสุขเหมือนกับหมาตัวอื่น ๆ

    เรื่องราวชีวิตของแม่หมาสามขาตัวหนึ่งที่ไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่าครอบครัวอบอุ่น เพราะชีวิตที่ผ่านมาต้องใช้ชีวิตตามลำพังกับลูกน้อย ดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อในวันพรุ่งนี้ 

    ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Sunisa Theangsay ได้เผยว่าเธอพบกับแม่หมาครั้งแรกเมื่อ 9 ปีก่อน ตอนที่ย้ายบ้านมาอยู่บริเวณนี้ แม่หมาน่าสงสารมาก มีเพียง 3 ขา ต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ดูแลลูกน้อยอีกจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้สังเกตชีวิตของมันเลย แต่ก็พอรู้มาบ้างว่าแม่หมามีลูกตลอดทั้งปีรวม ๆ แล้วก็น่าจะเกือบ 100 ตัวได้ 

 

Sponsored Ad

 

    เจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความที่มีใจความว่า "วันนี้น้ำตาจะไหล ด้วน หมาจรจัดข้างบ้าน ขาด้วนมีแค่ 3 ขา ตั้งแต่มาอยู่บ้านตรงนี้ 9 ปี ก็เจอมันแล้ว มันน่าจะอายุสิบกว่าปีแล้ว เราไม่เคยได้สังเกตชีวิตของมันเลย รู้เพียงว่ามันมีลูกตลอดทั้งปีทั้งชาติ ลูกมันก็น่าจะเกือบร้อยตัวและมันรักลูก เลี้ยงลูกของมันเองทุกคอก

    คอกนี้มันคลอดไว้ฝั่งถนนตรงข้ามบ้านเรา มันพยายามคาบลูกของมันข้ามถนนมา ทีละ ๆ ตัว 3-4 ตัว เพื่อเอาข้ามมาไว้ในป่าที่มีพื้นที่พอให้ลูกของมันปลอดภัยจากรถชน และวันนี้ดูแล้วมันเหนื่อยสุด ๆ เนื่องจากวิ่งข้ามถนนไปมาหลายรอบ"

 

Sponsored Ad

 

    หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ผู้คนจำนวนมากมายต่างก็ติดต่อเข้ามาขอรับน้องไปเลี้ยงไปดูแล เพราะอยากให้บั้นปลายของแม่หมามีความสุขเหมือนกับหมาตัวอื่น ๆ บ้าง

 

Sponsored Ad

 

ต่อมาเจ้าของโพสต์ได้มาอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตอนนี้น้อง ๆ มีคนรับเลี้ยงไปดูแลแล้ว ส่วนแม่ด้วนก็จะพาไปทำหมันต่อไป ทั้งนี้เธอจะคอยอัพเดตชีวิตของน้อง ๆ ให้ทุกคนทราบ พร้อมทั้งนี้ได้ขอบคุณทุกคนที่ห่วงใยน้องด้วนและลูก ๆ ซึ่งตอนคนในพื้นที่ขอรับดูเเลเคสน้องหมาแล้ว

คอยเฝ้าดูเค้าอยู่ไกล ๆ

คลิปเปิดไม่ออก >>>>> กดตรงนี้ คลิ๊ก !!!! <<<<<

นอกจากนี้เธอยังเผยอีกว่า "ตอนนี้น้องเปลี่ยนชื่อจากอีด้วน เป็นคุณลำดวลแล้วค่ะ"

    ขอบคุณผู้ใจบุญที่เมตตารับแม่หมาและลูก ๆ ไปดูแล หลังจากนี้แม่หมาก็คงจะได้สัมผัสกับความว่าครอบครัว ได้ดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ในบ้านที่อบอุ่น โดยไม่ต้องหวาดกลัวกับอันตรายอีกต่อไป หากเพื่อนอยากติดตามการอัปเดตเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ FB : Sunisa Theangsay

.

.

.

.

.

.

ที่มา : Sunisa Theangsay

บทความที่คุณอาจสนใจ